
จ้างเอเจนซี่ vs สร้างทีมการตลาดเอง อันไหนคุ้มกว่า
เจ้าของธุรกิจที่กำลังจะขยายทีมการตลาดมักเจอทางแยกเดียวกัน คือจะจ้างพนักงานประจำมาสร้างทีมเอง หรือจ้างเอเจนซี่ที่มีทีมพร้อมอยู่แล้ว คำตอบสั้น ๆ คือ ถ้าคุณยังไม่มีคนที่บริหารทีมการตลาดเป็น การจ้างเอเจนซี่มักถูกกว่าและเร็วกว่าในช่วง 1–2 ปีแรก แต่ถ้าแบรนด์ของคุณผลิตคอนเทนต์ทุกวันและมีคนคุมทิศทางอยู่แล้ว ทีมภายในจะคุ้มกว่าในระยะยาว
บทความนี้จะแยกให้เห็นว่าทีมการตลาดที่ทำงานได้จริงต้องมีกี่ตำแหน่ง ต้นทุนจริงของแต่ละทางเลือกต่างกันแค่ไหน และมีเช็กลิสต์ให้ตัดสินใจตอนท้าย
ทีมการตลาดที่ทำงานได้จริง ต้องมีกี่ตำแหน่ง
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่าการตลาดออนไลน์คือ “จ้างคนมาทำโพสต์ให้สวย” ความจริงคือกว่าโพสต์หนึ่งชิ้นจะออกไปแล้วสร้างยอดขายได้ ต้องผ่านมืออย่างน้อย 6 บทบาท และถ้าขาดบทบาทใดบทบาทหนึ่ง ผลลัพธ์จะสะดุดในจุดที่คาดไม่ถึง
Content Marketer
วางไอเดีย คิดประเด็น และสร้างคอนเทนต์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เป็นคนตอบคำถามว่า “เดือนนี้เราจะพูดเรื่องอะไร และทำไมลูกค้าต้องสนใจ”
ถ้าขาดตำแหน่งนี้: ทีมจะผลิตงานสวยแต่ไม่มีทิศทาง โพสต์แต่ละชิ้นไม่ต่อกัน คนตามเพจไม่รู้ว่าแบรนด์ยืนอยู่ตรงไหน
Account Executive
ประสานงานและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างแบรนด์กับทีม แปลงสิ่งที่เจ้าของธุรกิจอยากได้ให้เป็นบรีฟที่ทีมผลิตทำงานต่อได้ และคุมให้งานออกตามกำหนด
ถ้าขาดตำแหน่งนี้: เจ้าของธุรกิจจะกลายเป็นคนไล่ตามงานเอง เสียเวลาที่ควรใช้บริหารธุรกิจไปกับการตามงานทีละชิ้น
Graphic Designer
ออกแบบภาพให้แบรนด์ดูน่าสนใจ สื่อสารชัด และน่าจดจำ รวมถึงคุมให้งานทุกชิ้นอยู่ในแนวทางเดียวกัน
ถ้าขาดตำแหน่งนี้: งานแต่ละชิ้นหน้าตาไม่เหมือนกัน ลูกค้าเลื่อนผ่านฟีดแล้วจำแบรนด์ไม่ได้
Production
ดูแลทุกขั้นตอนของการถ่ายทำ ตั้งแต่วางแผนคิว จัดอุปกรณ์ ไปจนถึงควบคุมหน้างาน เพื่อให้ได้ฟุตเทจที่ใช้งานได้จริง
ถ้าขาดตำแหน่งนี้: ได้วิดีโอที่แสงไม่ดี เสียงไม่ชัด แล้วต้องถ่ายใหม่ ซึ่งแพงกว่าการวางแผนให้ดีตั้งแต่แรกเสมอ
Editor
ตัดต่อวิดีโออย่างมืออาชีพ คุมจังหวะ ใส่ซับ ใส่กราฟิก เพื่อยกระดับคอนเทนต์ให้คนดูจบ
ถ้าขาดตำแหน่งนี้: คนดูหลุดใน 3 วินาทีแรก งบถ่ายทำที่จ่ายไปแล้วไม่เกิดผล
Ads Optimizer
ดูแลโฆษณา ตั้งค่ากลุ่มเป้าหมาย ทดสอบชิ้นงาน และวิเคราะห์ผลเพื่อให้งบโฆษณาแต่ละบาทคุ้มค่าที่สุด
ถ้าขาดตำแหน่งนี้: คุณจะยิงแอดโดยไม่รู้ว่าชิ้นไหนได้ผล และมักจ่ายค่าต่อลูกค้าหนึ่งรายแพงกว่าที่ควรเป็น 2–3 เท่า
ต้นทุนจริงของการจ้างทีม 6 คนเอง
ตัวเลขที่คนส่วนใหญ่คิดคือเงินเดือน แต่เงินเดือนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนที่แท้จริง ด้านล่างเป็นช่วงเงินเดือนตลาดสำหรับตำแหน่งระดับกลาง (ประสบการณ์ 2–4 ปี) ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตัวเลขอ้างอิงเพื่อการเปรียบเทียบ ควรปรับตามพื้นที่และระดับประสบการณ์ที่ธุรกิจของคุณต้องการ
Content Marketer — 30,000–45,000 บาท/เดือน
Account Executive — 25,000–40,000 บาท/เดือน
Graphic Designer — 25,000–40,000 บาท/เดือน
Production — 30,000–45,000 บาท/เดือน
Editor — 25,000–40,000 บาท/เดือน
Ads Optimizer — 35,000–50,000 บาท/เดือน
รวมเงินเดือนอย่างเดียวอยู่ที่ประมาณ 170,000–260,000 บาทต่อเดือน หรือราว 2–3 ล้านบาทต่อปี
แต่ยังไม่จบเท่านี้ ต้นทุนแฝงที่มักถูกลืมได้แก่
ประกันสังคมและสวัสดิการ — บวกเพิ่มจากฐานเงินเดือนอีกราว 10–15%
ค่าสรรหาและคัดเลือก — ค่าประกาศงาน ค่าเอเจนซี่จัดหา และเวลาสัมภาษณ์ของคุณเอง
อุปกรณ์และซอฟต์แวร์ — คอมพิวเตอร์สำหรับตัดต่อ กล้อง ไฟ ค่าไลเซนส์โปรแกรมออกแบบและตัดต่อ
เวลาเทรนและช่วงยังไม่โปรดักทีฟ — พนักงานใหม่มักใช้เวลา 1–3 เดือนกว่าจะทำงานได้เต็มที่
ความเสี่ยงจากการลาออก — ตำแหน่งสายครีเอทีฟมีอัตราการเปลี่ยนงานสูง เมื่อคนหนึ่งลาออก งานทั้งสายจะหยุดชะงักจนกว่าจะหาคนใหม่ได้
เวลาบริหารของคุณเอง — ต้นทุนที่แพงที่สุดแต่ไม่เคยปรากฏในงบ
เมื่อรวมทุกอย่าง ต้นทุนจริงของทีมภายใน 6 คนมักสูงกว่าตัวเลขเงินเดือนราว 20–30%
จ้างเอเจนซี่ ต้นทุนต่างกันอย่างไร
การจ้างเอเจนซี่เปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนจากค่าใช้จ่ายคงที่ (fixed cost) เป็นค่าใช้จ่ายผันแปร (variable cost) คุณจ่ายเป็นแพ็กเกจรายเดือนตามขอบเขตงานที่ตกลงกัน ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ในระดับเศษเสี้ยวของค่าจ้างทีม 6 คน
ข้อได้เปรียบที่วัดเป็นตัวเงินได้ยากแต่สำคัญ
ไม่มีช่วงเทรน — ทีมทำงานร่วมกันมาก่อนแล้ว เริ่มผลิตงานได้ทันทีหลังบรีฟ
ไม่มีความเสี่ยงจากการลาออก — ถ้าคนในทีมเอเจนซี่เปลี่ยน เอเจนซี่รับผิดชอบหาคนแทนโดยงานไม่หยุด
ปรับขนาดขึ้นลงได้ — เดือนไหนแคมเปญใหญ่ก็เพิ่มขอบเขตงาน เดือนไหนเงียบก็ลดลง โดยไม่ต้องเลิกจ้างใคร
อุปกรณ์และซอฟต์แวร์รวมอยู่ในราคาแล้ว
เห็นกรณีศึกษาจากหลายอุตสาหกรรม — สิ่งที่ทีมภายในซึ่งเห็นแค่แบรนด์เดียวไม่มีทางได้
สิ่งที่คุณแลกไปคือความเป็นเจ้าขององค์ความรู้ ทีมภายในสะสมความเข้าใจในสินค้าและลูกค้าของคุณไว้กับตัวบุคคล ขณะที่กับเอเจนซี่ ความเข้าใจนั้นอยู่ในเอกสารและกระบวนการที่ต้องส่งต่อกันอย่างตั้งใจ
ธุรกิจแบบไหนควรเลือกทางไหน
ไม่มีคำตอบที่ถูกสำหรับทุกธุรกิจ ลองตอบเช็กลิสต์นี้อย่างตรงไปตรงมา
ควรจ้างเอเจนซี่ เมื่อ
คุณยังไม่มีคนที่บริหารทีมการตลาดเป็น และไม่อยากเป็นคนคุมเอง
งบการตลาดต่อเดือนยังไม่ถึงระดับที่จ้างทีมเต็มได้อย่างสบาย
ต้องการเริ่มเห็นผลภายใน 1–2 เดือน ไม่ใช่ 6 เดือน
ปริมาณงานไม่สม่ำเสมอ มีช่วงพีคและช่วงเงียบชัดเจน
กำลังทดสอบว่าช่องทางไหนเวิร์กก่อนจะลงทุนหนัก
ควรสร้างทีมเอง เมื่อ
คุณผลิตคอนเทนต์ทุกวันในปริมาณสูงและสม่ำเสมอ
มีหัวหน้าฝ่ายการตลาดที่คุมทิศทางและประเมินผลงานทีมได้จริง
สินค้าซับซ้อนหรืออยู่ในอุตสาหกรรมเฉพาะทางที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้นาน
องค์ความรู้ด้านการตลาดคือความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจ และคุณต้องการเก็บไว้ภายใน
คุณมองระยะเกิน 3 ปี และรับต้นทุนคงที่ระดับล้านต่อปีได้
ในทางปฏิบัติ ธุรกิจจำนวนมากใช้รูปแบบผสม คือมีคนภายใน 1 คนคุมทิศทางและดูแลแบรนด์ แล้วให้เอเจนซี่รับผิดชอบการผลิตและการยิงแอดทั้งหมด ซึ่งมักให้ผลลัพธ์ดีที่สุดต่อบาทที่จ่ายไป
คำถามที่พบบ่อย
จ้างเอเจนซี่แล้วต้องมีคนดูแลฝั่งเราไหม
ควรมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ตัดสินใจแทนแบรนด์ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนการตลาด แต่ต้องเป็นคนที่อนุมัติงานได้และรู้ทิศทางธุรกิจ ถ้าไม่มีคนนี้ รอบการแก้งานจะยืดออกไปไม่รู้จบ
สัญญาขั้นต่ำกี่เดือน
โดยทั่วไปเอเจนซี่จะเสนอสัญญา 3–6 เดือน เพราะการตลาดต้องการเวลาสะสมข้อมูลก่อนจะปรับให้แม่นยำ ระวังข้อเสนอที่รับประกันผลลัพธ์ภายในเดือนเดียว
วัดผลอย่างไรว่าเอเจนซี่ทำงานคุ้มค่า
ตกลงตัวชี้วัดให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน อย่างน้อยควรมีต้นทุนต่อการได้ลูกค้าหนึ่งราย (CPA) จำนวนลูกค้าที่ทักเข้ามา และผลตอบแทนจากงบโฆษณา (ROAS) พร้อมกำหนดรอบรายงานที่แน่นอน ถ้าเอเจนซี่รายงานแค่ยอดไลก์และยอดเข้าถึง นั่นคือสัญญาณเตือน
ถ้าเริ่มจากเอเจนซี่ แล้วอยากสร้างทีมเองภายหลังทำได้ไหม
ทำได้และเป็นเส้นทางที่พบบ่อย ข้อสำคัญคือต้องระบุตั้งแต่ในสัญญาว่าไฟล์ต้นฉบับ บัญชีโฆษณา และข้อมูลผลการดำเนินงานทั้งหมดเป็นของแบรนด์ เพื่อให้ส่งต่อให้ทีมภายในได้ในวันที่พร้อม
สรุป
การตลาดไม่ใช่แค่การทำโพสต์ให้สวย แต่คือการคิด วางแผน ผลิตสื่อ และวัดผลอย่างเป็นระบบ ซึ่งต้องใช้คนอย่างน้อย 6 บทบาททำงานประสานกัน
คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่ “เอเจนซี่หรือทีมภายใน อันไหนดีกว่า” แต่คือ “ในระดับที่ธุรกิจของคุณอยู่ตอนนี้ ทางไหนพาไปถึงผลลัพธ์ได้เร็วกว่าด้วยต้นทุนที่รับไหว”
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณอยู่ตรงไหนบนเช็กลิสต์ด้านบน ปรึกษาทีม Just Make It ได้ฟรีทาง LINE เราจะช่วยประเมินขอบเขตงานและงบประมาณที่เหมาะกับสถานการณ์จริงของคุณ ไม่ว่าคำตอบสุดท้ายจะเป็นการจ้างเอเจนซี่หรือไม่ก็ตาม

